ฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหน?
คำแนะนำจากแพทย์เกี่ยวกับระยะเวลาที่ฟิลเลอร์อยู่ได้และปัจจัยที่มีผล
คำตอบสั้น ๆ
ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid Filler) ที่ใช้กันทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีด ชนิดของฟิลเลอร์ และร่างกายของแต่ละบุคคล ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ไม่มีตัวเลขที่เป็นมาตรฐานเดียวกันสำหรับทุกคน
ทำความเข้าใจระยะเวลาของฟิลเลอร์
ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิกเป็นสารที่ร่างกายผลิตได้เองตามธรรมชาติ จึงไม่ใช่สารแปลกปลอมที่ร่างกายจะไล่ออก แต่ร่างกายจะค่อย ๆ สลายสารนี้เองตามกาลเวลา ความเร็วในการสลายขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งตำแหน่งที่ฉีด ปริมาณที่ฉีด ความเข้มข้นของฟิลเลอร์ เทคนิคการฉีด และลักษณะร่างกายของผู้รับบริการ
ที่คลินิกสนามบินน้ำ ผมพบว่าคนไข้หลายคนมีความเข้าใจผิดว่าฟิลเลอร์ทุกจุดควรอยู่ได้นานเท่ากัน ซึ่งไม่เป็นความจริง ฟิลเลอร์ที่ฉีดที่ริมฝีปากอาจหายเร็วกว่าฟิลเลอร์ที่ฉีดที่จมูก เพราะบริเวณริมฝีปากเคลื่อนไหวบ่อยกว่ามาก นอกจากนี้ การออกกำลังกายหนัก การอบซาวน่าบ่อย ๆ และการสูบบุหรี่ ก็อาจทำให้ฟิลเลอร์สลายเร็วขึ้นได้
สิ่งที่ผมเน้นให้ผู้รับบริการเข้าใจคือฟิลเลอร์ไม่ใช่สิ่งที่ "ค้างถาวร" แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่หายไปในคืนเดียว มีระยะเวลาที่ค่อย ๆ สลายไป และในช่วงนั้นผู้รับบริการยังคงได้รับผลดีจากฟิลเลอร์อยู่ การวางแผนเข้ามาฉีดเติมก่อนที่ฟิลเลอร์จะหมดลงทั้งหมด จะช่วยให้ได้ผลที่ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ระยะเวลาฟิลเลอร์โดยตำแหน่ง
| ตำแหน่ง | ระยะเวลาโดยเฉลี่ย | เหตุผล |
|---|---|---|
| ริมฝีปาก | 6-12 เดือน | เคลื่อนไหวบ่อย มีการไหลเวียนของเลือดมาก |
| ใต้ตา / ร่องน้ำตา | 9-18 เดือน | เคลื่อนไหวน้อย แต่ผิวบาง |
| จมูก | 12-18 เดือน | เคลื่อนไหวน้อยมาก |
| คาง | 12-18 เดือน | เคลื่อนไหวน้อย |
| ขมับ | 9-15 เดือน | เคลื่อนไหวปานกลาง |
| แก้ม | 12-18 เดือน | เคลื่อนไหวน้อย |
* ระยะเวลาเป็นค่าโดยเฉลี่ย ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
แพทย์จะประเมินอะไรเกี่ยวกับระยะเวลาฟิลเลอร์
- 1. ชนิดและยี่ห้อของฟิลเลอร์ที่เคยฉีด แต่ละยี่ห้อมีคุณสมบัติแตกต่างกัน
- 2. ตำแหน่งที่ฉีด เพื่อประเมินอัตราการสลายโดยเฉลี่ยของแต่ละจุด
- 3. พฤติกรรมของผู้รับบริการ เช่น การออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ การดูแลผิว
- 4. สภาพผิวและอัตราเมตาบอลิซึมของแต่ละบุคคล
- 5. ผลลัพธ์จากการฉีดครั้งก่อน เพื่อประมาณการระยะเวลาที่คาดว่าจะได้ในครั้งต่อไป
การรักษาผลฟิลเลอร์ให้นานขึ้น
สิ่งที่ช่วยให้ฟิลเลอร์อยู่นานขึ้น
- ✓ ดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ ใช้ครีมบำรุงที่เหมาะสม
- ✓ ป้องกันแสงแดดด้วยกันแดด SPF 30 ขึ้นไป
- ✓ หลีกเลี่ยงการนวดหนักบริเวณที่ฉีด
- ✓ ดื่มน้ำให้เพียงพอ
- ✓ กลับมาติดตามผลและฉีดเติมตามระยะที่แพทย์แนะนำ
สิ่งที่ทำให้ฟิลเลอร์สลายเร็วขึ้น
- ✗ ออกกำลังกายหนักเป็นประจำ
- ✗ อบซาวน่าหรืออยู่ในที่ร้อนจัดบ่อย ๆ
- ✗ สูบบุหรี่
- ✗ นวดหรือกดบริเวณที่ฉีดบ่อย ๆ
- ✗ เมตาบอลิซึมของร่างกายตามธรรมชาติ (ไม่สามารถควบคุมได้)
ข้อควรรู้เกี่ยวกับระยะเวลาฟิลเลอร์
มีความเข้าใจผิดอย่างหนึ่งว่าฟิลเลอร์ที่อยู่นานกว่าคือฟิลเลอร์ที่ดีกว่า ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้นเสมอไป ฟิลเลอร์ที่อยู่นานมากอาจทำให้ปรับเปลี่ยนยากเมื่อผลลัพธ์ไม่เป็นที่พึงพอใจ ในขณะที่ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิกมีข้อดีคือสามารถสลายได้ด้วยยา (Hyaluronidase) หากเกิดปัญหา
อีกประเด็นหนึ่งคือการรอให้ฟิลเลอร์หมดลงทั้งหมดก่อนจึงค่อยฉีดใหม่ บางครั้งอาจทำให้ใบหน้าดูต่างจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด ผมแนะนำให้กลับมาประเมินก่อนที่ฟิลเลอร์จะหมดลงทั้งหมด เพื่อที่จะได้ฉีดเติมในปริมาณที่พอเหมาะ และรักษาผลที่ดูเป็นธรรมชาติอยู่เสมอ
ควรกลับไปพบแพทย์เมื่อไร
ผู้ที่ฉีดฟิลเลอร์ควรกลับมาติดตามผลเมื่อฟิลเลอร์เริ่มสลาย หรือเมื่อรู้สึกว่าผลเริ่มลดลง โดยทั่วไปแพทย์จะแนะนำให้กลับมาตรวจสอบทุก 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีด นอกจากนี้ หากเกิดก้อน ความไม่เรียบ หรืออาการผิดปกติอื่น ๆ ควรกลับมาพบแพทย์ทันที
ที่คลินิกสนามบินน้ำ นนทบุรี ผมให้ความสำคัญกับการติดตามผลหลังฉีดฟิลเลอร์ เพราะนั่นคือโอกาสที่จะประเมินว่าฟิลเลอร์เข้าที่ดีหรือไม่ และวางแผนการรักษาในรอบต่อไปให้เหมาะสมที่สุด
บทความที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย
ฟิลเลอร์อยู่ได้กี่เดือน
ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิกโดยทั่วไปอยู่ได้ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีด ชนิดของฟิลเลอร์ และสภาพผิวของแต่ละบุคคล บริเวณที่เคลื่อนไหวมากจะดูดซึมเร็วกว่า ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ทำไมฟิลเลอร์บางจุดหายเร็วกว่ากัน
บริเวณที่เคลื่อนไหวบ่อย เช่น ริมฝีปาก จะดูดซึมฟิลเลอร์เร็วกว่าบริเวณที่เคลื่อนไหวน้อย เช่น จมูกหรือคาง นอกจากนี้ บริเวณที่มีการไหลเวียนของเลือดมาก เช่น ริมฝีปากและใต้ตา จะช่วยสลายฟิลเลอร์เร็วกว่าด้วย ปัจจัยอื่น เช่น เมตาบอลิซึมของแต่ละคน การออกกำลังกาย และการดูแลผิว ก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
ฟิลเลอร์หายเองไหม
ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิกจะค่อย ๆ สลายไปตามธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องสลายด้วยยา ร่างกายจะดูดซึมสารนี้เอง แต่อัตราการสลายแตกต่างกันในแต่ละบุคคล หากไม่ชอบผลลัพธ์หรือเกิดปัญหา สามารถฉีดยาสลายฟิลเลอร์ (Hyaluronidase) เพื่อเร่งการสลายได้
ต้องฉีดฟิลเลอร์ซ้ำกี่ครั้ง
ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและปริมาณที่ต้องการ เมื่อฟิลเลอร์เริ่มสลาย ผู้รับบริการสามารถเลือกฉีดเติมเพื่อรักษาผลได้ โดยทั่วไปไม่มีจำนวนครั้งที่จำกัด แต่แพทย์จะประเมินสภาพผิวและผลที่เคยได้ในแต่ละครั้ง บางรายอาจใช้ปริมาณน้อยลงเมื่อกลับมาฉีดซ้ำ
ฟิลเลอร์กับโบท็อกซ์อยู่ได้นานกว่ากัน
ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิกทั่วไปอยู่ได้ 6-18 เดือน ส่วนโบท็อกซ์ (Botulinum Toxin) มักอยู่ได้ 3-6 เดือน ฟิลเลอร์จึงมักอยู่ได้นานกว่า แต่ทั้งสองทำงานแตกต่างกัน ฟิลเลอร์เติมปริมาตร ส่วนโบท็อกซ์ลดการหดตัวของกล้ามเนื้อ ความแตกต่างนี้ทำให้ไม่สามารถเปรียบเทียบได้โดยตรง