ฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายไหม?
ข้อมูลความปลอดภัยของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา จากมุมมองของแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยจริง
คำตอบสั้น ๆ
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตามีความเสี่ยงอยู่บ้าง เหมือนกับการทานยาทุกชนิด แต่เมื่อทำโดยแพทย์ที่มีความรู้ด้านกายวิภาคใบหน้า ใช้ฟิลเลอร์ที่จดทะเบียน และประเมินผู้รับบริการอย่างดี ความเสี่ยงจะอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจทั้งข้อดีและข้อจำกัดก่อนตัดสินใจ
ทำไมใต้ตาจึงเป็นบริเวณที่ต้องระวัง
ใต้ตาเป็นบริเวณที่ผิวบางมาก มีหลอดเลือดอยู่เป็นจำนวนมาก และอยู่ใกล้กับลูกตา จึงเป็นตำแหน่งที่ต้องอาศัยความรู้ด้านกายวิภาคของแพทย์อย่างมาก การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนฉีดบริเวณอื่นบนใบหน้า เพราะหากฉีดผิดตำแหน่งหรือฉีดเกินไป อาจเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงได้
ที่คลินิกสนามบินน้ำ ผมใส่ใจเป็นพิเศษในการประเมินผู้ที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เพราะต้องดูทั้งโครงสร้างกระดูกเบ้าตา ปริมาณไขมัน ความหนาบางของผิว และสภาพของร่องน้ำตา แต่ละคนมีความแตกต่างกันมาก จึงไม่สามารถใช้แผนเดียวกันกับทุกคนได้
ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิกที่ใช้ในปัจจุบันเป็นสารที่ร่างกายผลิตได้เองตามธรรมชาติ และมียาสลาย (Hyaluronidase) ที่สามารถใช้ย้อนกลับได้ในกรณีฉุกเฉิน จึงมีความยืดหยุ่นในการจัดการมากกว่าสารเติมเต็มชนิดอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับทั้งแพทย์ผู้ฉีดและผู้รับบริการ ทั้งสองฝ่ายต้องให้ข้อมูลกันอย่างตรงไปตรงมา
แพทย์จะประเมินอะไรบ้างก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
- 1. โครงสร้างเบ้าตาและกระดูกบริเวณใต้ตา ว่าเป็นร่องลึกจริงหรือมีส่วนของไขมันยุบตัวร่วมด้วย
- 2. ความหนาบางของผิวใต้ตา เพื่อเลือกชนิดของฟิลเลอร์ที่เหมาะสม
- 3. ประวัติการแพ้ยา โดยเฉพาะแพ้อาหารทะเล เพราะบางฟิลเลอร์มีส่วนผสมจากทะเล
- 4. ยาที่รับประทานอยู่ โดยเฉพาะยากลุ่มต้านการแข็งตัวของเลือด
- 5. ประวัติการฉีดฟิลเลอร์หรือสารเติมเต็มมาก่อน ทั้งชนิดและผลที่เคยได้
- 6. สภาพผิวบริเวณใต้ตา ว่ามีการติดเชื้อ อักเสบ หรือผื่นอยู่หรือไม่
ใครเหมาะและไม่เหมาะกับฟิลเลอร์ใต้ตา
เหมาะสำหรับ
- ✓ ผู้ที่มีร่องน้ำตาลึก ทำให้ใต้ตาดูโทรม
- ✓ ผู้ที่มีใต้ตายุบตัวจากอายุที่เพิ่มขึ้น
- ✓ ผู้ที่ต้องการเติมเต็มโดยไม่ผ่าตัด
- ✓ ผู้ที่มีสุขภาพดี ไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอุปสรรค
- ✓ ผู้ที่มีความคาดหวังสมเหตุสมผล
ไม่เหมาะสำหรับ
- ✗ ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ✗ ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของฟิลเลอร์
- ✗ ผู้ที่มีการติดเชื้อหรืออักเสบบริเวณใต้ตา
- ✗ ผู้ที่มีโรคภูมิแพ้ตัวเองรุนแรง
- ✗ ผู้ที่เคยฉีดสารเติมเต็มถาวรในบริเวณเดียวกัน
ความเสี่ยงและข้อจำกัด
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตามีความเสี่ยงหลายระดับ ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยและไม่รุนแรง ได้แก่ อาการบวม รอยเขียว เจ็บบริเวณที่ฉีด และอาการแดง ซึ่งมักหายไปเองใน 1-2 สัปดาห์ สามารถประคบเย็นและหลีกเลี่ยงการกดบริเวณที่ฉีดได้
ความเสี่ยงที่พบได้น้อยแต่รุนแรงกว่า ได้แก่ ก้อนหรือความไม่เรียบของฟิลเลอร์ อาการแพ้ที่รุนแรง และในกรณีที่พบได้น้อยมาก คือการอุดตันของหลอดเลือด (Vascular Occlusion) ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสียหายของเนื้อเยื่อได้ นี่คือเหตุผลที่การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาควรทำกับแพทย์ที่มีความรู้ด้านกายวิภาคของใบหน้าโดยเฉพาะ
อีกข้อจำกัดหนึ่งคือฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิกไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาใต้ตาทุกกรณี ผู้ที่มีถุงใต้ตาจากไขมันสะสม หรือผู้ที่มีผิวใต้ตาบางมากจนเห็นเส้นเลือดชัดเจน อาจต้องพิจารณาวิธีอื่นร่วมด้วย บางรายอาจได้ผลดีกว่ากับการดึงหน้าหรือการรักษาอื่น แพทย์ที่ดีจะบอกความจริงนี้กับผู้รับบริการ แทนที่จะฉีดให้ทุกกรณี
ควรกลับไปพบแพทย์เมื่อไร
หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา หากเกิดอาการต่อไปนี้ควรกลับไปพบแพทย์ที่ฉีดทันที ได้แก่ บวมมากผิดปกติหรือบวมนานเกิน 2 สัปดาห์ ปวดรุนแรง เกิดก้อนที่บริเวณที่ฉีด ผิวเปลี่ยนสีเป็นดำ/ขาว/น้ำเงินแปลก ๆ บริเวณใต้ตาหรือรอบ ๆ ลูกตา หรือมีอาการตาบอดส่วนหนึ่งเกิดขึ้น
ที่คลินิกสนามบินน้ำ ผมให้นัดติดตามผลหลังฉีดเสมอ เพื่อตรวจสอบว่าฟิลเลอร์เข้าที่ดีหรือไม่ และให้คำแนะนำเพิ่มเติมหากมีอาการที่ต้องจัดการ ผู้รับบริการควรรู้สึกสบายใจที่จะกลับมาปรึกษาได้ตลอด ไม่ใช่แค่ตอนฉีดเท่านั้น
บทความที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย
ฟิลเลอร์ใต้ตาปลอดภัยไหม
ฟิลเลอร์ใต้ตาปลอดภัยในระดับหนึ่งเมื่อฉีดโดยแพทย์ที่มีความรู้ด้านกายวิภาคของใบหน้า ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ผลข้างเคียงทั่วไป เช่น บวม รอยเขียว มักหายไปใน 1-2 สัปดาห์ ความเสี่ยงที่รุนแรง เช่น การอุดตันของหลอดเลือด พบได้น้อยมากแต่เป็นไปได้ การฉีดในคลินิกที่มีมาตรฐานจะช่วยลดความเสี่ยงได้
ฟิลเลอร์ใต้ตามีผลข้างเคียงอะไรบ้าง
ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย ได้แก่ บวม รอยเขียว เจ็บเล็กน้อย แดงบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักดีขึ้นเองใน 1-2 สัปดาห์ ผลข้างเคียงที่พบได้น้อย ได้แก่ ก้อนหรือความไม่เรียบของฟิลเลอร์ อาการแพ้ และในกรณีที่พบได้น้อยมาก คือการอุดตันของหลอดเลือด หากเกิดอาการผิดปกติควรกลับมาพบแพทย์ทันที
ฟิลเลอร์ใต้ตาบวมกี่วัน
อาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตามักเป็นมากที่สุดใน 2-3 วันแรก หลังจากนั้นจะค่อย ๆ ลดลง และมักหายไปใน 1-2 สัปดาห์ บางรายอาจมีอาการบวมนานกว่าเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ฉีดและสภาพผิวของแต่ละบุคคล
ใครไม่ควรฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อน ได้แก่ ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของฟิลเลอร์ ผู้ที่มีการติดเชื้อหรืออักเสบบริเวณใต้ตา ผู้ที่มีโรคภูมิแพ้ตัวเองรุนแรง และผู้ที่เคยฉีดสารเติมเต็มถาวรในบริเวณใต้ตามาก่อน
ฟิลเลอร์ใต้ตาฉีดกี่ cc
ปริมาณฟิลเลอร์ใต้ตาขึ้นอยู่กับความลึกของร่องน้ำตาและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปมักใช้ 0.5-1 cc ต่อข้าง แพทย์จะประเมินและเลือกปริมาณที่เหมาะสม เพราะฉีดมากเกินไปอาจทำให้ใต้ตาดูผิดเพี้ยนได้