ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

V-thera ยกกระชับหน้า

V-thera คือบริการยกกระชับผิวด้วยเทคโนโลยี HIFU ส่งพลังงานลึกถึงชั้น SMAS กระตุ้นคอลลาเจนใหม่ ทำได้ทั้งหน้าและร่างกาย ผลเต็มที่ 3-6 เดือน ที่คลินิกสนามบินน้ำ นนทบุรี

แพทย์ทำ V-thera ยกกระชับให้ผู้รับบริการ

สรุปสั้น ๆ: V-thera คืออะไร

V-thera คือบริการยกกระชับผิวของคลินิกสนามบินน้ำที่ใช้เทคโนโลยี HIFU (High Intensity Focused Ultrasound) ส่งพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงลงไปถึงชั้น SMAS (ชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ดึงตึงในการผ่าตัดยกกระชับ) กระตุ้นคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวกระชับและยกขึ้นโดยไม่ผ่าตัว จุดเด่นคือมีหัวยิงหลายขนาด (1.5-13 มม.) ครอบคลุมทั้งผิวตื้น ชั้น SMAS และชั้นไขมัน จึงทำได้ทั้งใบหน้าและร่างกาย ผลเริ่มเห็นใน 1-3 เดือนและเต็มที่ที่ 3-6 เดือน

ตรวจทบทวนโดย นพ. บัณณ์กฤษฎ์ หวังวิทยาคุณ (หมอเน็ท) · เลขใบประกอบวิชาชีพ ว.56133 · อัปเดต มิถุนายน 2569

ภาพรวมการรักษา V-thera

V-thera ใช้เทคโนโลยี High Intensity Focused Ultrasound (HIFU) ที่ใช้สำหรับยกกระชับผิว กระตุ้นคอลลาเจน ช่วยลดริ้วรอยและทำให้ผิวเต่งตึง ทำงานโดยใช้การยิงคลื่นอัลตราซาวด์เข้าไปยังชั้นใต้ผิวหนังให้เกิดความร้อน ทำให้เนื้อเยื่อมีการหดตัวและทำให้ผิวชั้นบนยกกระชับขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด

V-thera สามารถส่งพลังงานลงลึกได้ถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้า ขณะทำพลังงานจะคงที่ สม่ำเสมอ ไม่ส่งผลกระทบต่อผิวชั้นบน มีความปลอดภัยสูง หลังทำไม่มีแผล สามารถใช้หน้าได้ตามปกติ ไม่ต้องพักฟื้น

จุดเด่นของ V-thera คือมีหัวยิงหลายขนาด เพื่อให้แพทย์เลือกใช้จัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละระดับชั้นผิว ดังนี้

  • • หัวยิงความลึก 1.5-2.0 มม. — กระตุ้นคอลลาเจนในผิวชั้นตื้น ลดริ้วรอยเล็ก ๆ
  • • หัวยิงความลึก 3.0 มม. — เข้าถึงชั้น dermis กระตุ้นคอลลาเจนในผิวชั้นกลาง
  • • หัวยิงความลึก 4.5 มม. — เข้าถึงชั้น SMAS ยกกระชับโครงสร้างใบหน้า
  • • หัวยิงความลึก 6.0 / 9.0 / 13.0 มม. — สำหรับร่างกาย เข้าถึงชั้นไขมัน

ที่คลินิกสนามบินน้ำ นนทบุรี หมอเน็ทจะประเมินผู้รับบริการทีละคน โดยพิจารณาจากระดับการหย่อนคล้อย ความหนาของผิว โครงสร้างกระดูกใบหน้า และความคาดหวัง เพื่อกำหนดจำนวนเส้นยิง ระดับความลึก และพลังงานที่เหมาะสม

V-thera ช่วยอะไรได้บ้าง

ใบหน้า

  • • ยกกระชับทั่วหน้า ปรับหน้าเรียว
  • • ลดแก้ม ผิวกระชับและแน่นขึ้น
  • • ลดเหนียง กำจัดคางสองชั้น คอกระชับขึ้น
  • • ลดริ้วรอยรอบดวงตา หนังตาตก
  • • ทำให้คิ้วยกขึ้น ดวงตาดูโต
  • • ยกกระชับลำคอและเส้นขากรรไกร

ร่างกาย

  • • ต้นแขน / ท้องแขน
  • • หน้าท้อง / เอว
  • • สะโพก
  • • ต้นขา
  • • กระชับผิวหย่อนหลังลดน้ำหนัก

เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่มีผิวเริ่มหย่อนคล้อยระดับปานกลาง บริเวณใต้คาง แก้ม ลำคอ หรือเส้นขากรรไกร
  • ผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวโดยไม่ผ่าตัด ไม่ใช้เข็ม หรือไม่ใช้สารเติมเต็ม
  • ผู้ที่ต้องการยกกระชับทั้งใบหน้าและร่างกายในเซสชันเดียว
  • ผู้ที่มองหาตัวเลือกที่เข้าถึงได้มากกว่า Ulthera แต่ยังได้ผลลัพธ์ในระดับใกล้เคียง
  • ผู้ที่ต้องการกระตุ้นคอลลาเจนลึกถึงชั้น SMAS และชั้นไขมัน

ควรปรึกษาแพทย์ก่อน / ไม่เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือแผลเปิดบริเวณที่จะรักษา
  • ผู้ที่มีโลหะในร่างกายบริเวณที่จะรักษา เช่น ฉากกระดูกหรือสกรู
  • ผู้ที่มีผิวหนังอักเสบรุนแรงหรือการติดเชื้อเรื้อรังบนใบหน้า
  • ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยรุนแรงมาก V-thera อาจให้ผลไม่เพียงพอ อาจต้องพิจารณาการผ่าตัด
  • ผู้ที่มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือดหรือรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด
  • ผู้ที่มีความคาดหวังสูงเกินไปจากการรักษาแบบไม่ผ่าตัด

แพทย์จะประเมินอะไรบ้าง

  1. ระดับการหย่อนคล้อยของผิวบริเวณใบหน้า ลำคอ และใต้คาง โดยให้ผู้รับบริการนั่งตรงและแสดงสีหน้า
  2. ความหนาของผิวและชั้นไขมันใต้ผิว เพื่อเลือกระดับความลึกของหัวยิง (1.5, 3.0, 4.5 มม. หรือลึกกว่าสำหรับร่างกาย)
  3. โครงสร้างกระดูกใบหน้าและขากรรไกร เพื่อหลีกเลี่ยงจุดที่อาจเป็นอันตราย
  4. ประวัติการผ่าตัดใบหน้า การรักษายกกระชับ หรือการใส่ฟิลเลอร์ที่ผ่านมา
  5. ประวัติสุขภาพ ยาที่รับประทาน และการแพ้
  6. อธิบายขอบเขตผลลัพธ์ เวลาที่คาดว่าจะเห็นผล และความจำเป็นในการทำซ้ำ

ขั้นตอนการทำ V-thera

1

ประเมินและวางแผน

แพทย์ประเมินระดับการหย่อนคล้อย ความหนาผิว และโครงสร้างใบหน้า กำหนดจุดยิง จำนวนไลน์ยิงต่อบริเวณ และระดับความลึกของหัวยิง

2

ทำความสะอาดและใส่ยาชา

ทำความสะอาดผิวหน้าและลำคอ ใส่ยาชาเฉพาะที่ประมาณ 30-45 นาที หรืออาจใช้ยาแก้ปวดร่วมด้วยในบางกรณี

3

ยิงพลังงาน HIFU

แพทย์วางหัวยิงบนผิว ยิงเป็นแนวเส้นตามแผนที่วางไว้ แต่ละจุดจะรู้สึกแสบร้อน ใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที ขึ้นอยู่กับพื้นที่และจำนวนไลน์ที่รักษา

4

ประคบเย็นและให้คำแนะนำ

หลังยิงเสร็จ ประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมแดง แพทย์ให้คำแนะนำการดูแลตัวเอง เช่น หลีกเลี่ยงความร้อน แสงแดด และใช้ครีมบำรุงตามที่กำหนด

5

ติดตามผล

นัดติดตามผลที่ 1-3 เดือนเพื่อประเมินผลลัพธ์เบื้องต้น และที่ 3-6 เดือนเพื่อดูผลเต็มที่ของคอลลาเจนที่สร้างใหม่

ระยะเวลาและผลที่คาดว่าจะได้

ระยะเวลา ผลที่คาดว่าจะได้
ทันทีหลังทำอาจเห็นผิวกระชับเล็กน้อยจากการหดตัวของเนื้อเยื่อทันที
1-3 เดือนคอลลาเจนใหม่เริ่มสร้าง ผิวเริ่มดูกระชับและยกขึ้น
3-6 เดือนผลลัพธ์เต็มที่ ผิวดูแน่นและกระชับกว่าเดิม
1-2 ปีผลค่อย ๆ ลดลงตามการสูญเสียคอลลาเจนตามธรรมชาติ
ระยะเวลาทำเซสชันประมาณ 30-60 นาที ขึ้นอยู่กับพื้นที่และจำนวนไลน์ยิง

เปรียบเทียบ V-thera กับวิธียกกระชับอื่น

วิธีรักษา หลักการ ระยะผล จุดเด่น ข้อควรรู้
V-thera คลื่นเสียง HIFU หลายหัวยิง (1.5-13 มม.) 1-2 ปี ทำได้ทั้งหน้าและร่างกาย หัวยิงครอบคลุมชั้นไขมัน ราคาเข้าถึงได้มากกว่า ไม่มีระบบ imaging แบบ Ulthera ขึ้นอยู่กับประสบการณ์แพทย์
Ulthera (Ultherapy) คลื่นเสียง HIFU พร้อมระบบ Imaging 1-2 ปี รับรอง FDA สหรัฐฯ มี imaging ช่วยเห็นชั้นผิวขณะทำ มีงานวิจัยมาก ราคาสูงกว่า หัวยิงจำกัดกว่า (สำหรับใบหน้าเป็นหลัก)
ร้อยไหมยกกระชับ ใช้ไหมละลายวางใต้ผิวเพื่อยกกระชับ 1-2 ปี เห็นผลทันที ปรับโครงได้หลายทิศทาง ใช้เข็ม อาจมีรอยช้ำ ผลขึ้นอยู่กับชนิดไหม

ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน

ผลลัพธ์จาก V-thera มักอยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ สภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อยเดิม พฤติกรรมการดูแลตัวเอง และการสัมผัสแสงแดด ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล V-thera ไม่สามารถหยุดกระบวนการสูญเสียคอลลาเจนตามวัยได้ ผู้ที่ดูแลผิวดีและใช้ครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอมักได้ผลนานกว่า ในบางกรณีอาจต้องทำซ้ำหรือผสมผสานกับการรักษาอื่นเพื่อรักษาผลลัพธ์ให้ยั่งยืนขึ้น

ความเสี่ยงและผลข้างเคียง

พบได้บ่อย (ชั่วคราว)

  • • ผิวแดงและบวมเล็กน้อย 1-3 วัน
  • • รู้สึกแสบร้อนและเจ็บระหว่างทำ โดยเฉพาะบริเวณขากรรไกร
  • • รู้สึกตึงบริเวณที่รักษา 1-2 สัปดาห์
  • • รอยช้ำเล็กน้อย (bruising) บางกรณี

พบได้น้อย

  • • ความผิดปกติของเส้นประสาทใบหน้า (ชั่วคราว)
  • • ผิวไหม้หรือรอยเปลี่ยนสีผิว (PIH)
  • • ผลลัพธ์ไม่เท่ากันทั้งสองข้าง
  • • รอยแดงเรื้อรัง (rare) หากมีการอักเสบมาก

คำถามที่พบบ่อย

V-thera คืออะไร

V-thera คือบริการยกกระชับผิวของคลินิกสนามบินน้ำที่ใช้เทคโนโลยี HIFU (High Intensity Focused Ultrasound) ส่งพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงลงไปถึงชั้น SMAS กระตุ้นคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวกระชับและยกขึ้นโดยไม่ผ่าตัด

V-thera กับ Ulthera ต่างกันยังไง

ทั้งสองใช้หลักการ HIFU เหมือนกัน V-thera เป็นบริการของคลินิกสนามบินน้ำที่มีหัวยิงหลายขนาด (1.5-13 มม.) ครอบคลุมตั้งแต่ผิวตื้นถึงชั้นไขมัน ส่วน Ulthera (Ultherapy) เป็นยี่ห้อเฉพาะที่ผ่าน FDA สหรัฐฯ และมีระบบเห็นภาพใต้ผิวแบบเรียลไทม์ V-thera มีราคาที่เข้าถึงได้มากกว่า การเลือกขึ้นอยู่กับสภาพผิว งบประมาณ และการประเมินของแพทย์

V-thera ทำแล้วเจ็บไหม

ระหว่างทำจะรู้สึกแสบร้อนและเจ็บระดับปานกลาง โดยเฉพาะบริเวณที่มีกระดูกใกล้ผิว เช่น ขากรรไกร คลินิกจะใส่ยาชาเฉพาะที่ก่อนทำเพื่อลดความไม่สบาย ระดับความเจ็บแตกต่างกันไปตามบริเวณและระดับพลังงานที่ใช้

V-thera ผลอยู่ได้นานแค่ไหน

ผลมักอยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อยเดิม พฤติกรรมการดูแลตัวเอง และการสัมผัสแสงแดด ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ผู้ที่ดูแลผิวดีและทากันแดดสม่ำเสมอมักได้ผลนานกว่า

V-thera เหมาะกับใคร

เหมาะกับผู้ที่มีผิวเริ่มหย่อนคล้อยระดับปานกลาง บริเวณใต้คาง แก้ม ลำคอ เส้นขากรรไกร ต้องการยกกระชับโดยไม่ผ่าตัด และมองหาตัวเลือกที่เข้าถึงได้มากกว่า Ulthera มักเหมาะกับผู้ที่อายุ 30 ปีขึ้นไปที่เริ่มสังเกตว่าผิวไม่กระชับเท่าเดิม

V-thera ทำจุดไหนได้บ้าง

ทำได้ทั้งใบหน้าและร่างกาย ในหน้าได้แก่ ทั่วหน้า รอบดวงตา แก้ม เหนียง ใต้คาง ลำคอ ส่วนร่างกายได้แก่ ต้นแขน ท้องแขน หน้าท้อง เอว สะโพก ต้นขา เพราะมีหัวยิงลึกได้ถึง 13 มม. ครอบคลุมชั้นไขมัน

V-thera ทำกี่วันเห็นผล

อาจเห็นผิวกระชับเล็กน้อยทันทีหลังทำจากการหดตัวของเนื้อเยื่อ ผลจากคอลลาเจนใหม่เริ่มเห็นใน 1-3 เดือน และเต็มที่ที่ 3-6 เดือน ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

คำตอบจากหมอที่เกี่ยวข้อง

การรักษาที่เกี่ยวข้อง

นัดปรึกษาการทำ V-thera

📍 คลินิกสนามบินน้ำ — 421 ถนนงามวงศ์วาน ตำบลบางเขน อำเภอเมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี 11000

📞 โทรสอบถาม/นัดหมาย: 086-464-2410

💬 LINE: @clinicsanambinnam

🕐 คลินิกเปิดทำการทุกวัน 10.30 น.-20.00 น.

นัดหมายออนไลน์
เขียนโดย นพ.เน็ท — แพทย์ประจำคลินิกสนามบินน้ำ
ตรวจสอบล่าสุด 22 มิถุนายน 2569

เนื้อหาในหน้านี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลเชิงการศึกษาเท่านั้น การรักษาจริงต้องอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล